27 กันยายน 2552 ลาน Dizzle zone ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิร์ล, กรุงเทพมหานคร
Report / Photo :: ลูลิ~
WHATSUBB ENTERTAINMENT
,, เค้าว่ากันว่า ใครได้มาเยือนเมืองไทยแล้วล่ะก็ จะต้องหลงรักความสวยงามของเมืองไทยกันทั้งนั้น ทั้งในแง่ของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม รวมทั้งผู้คน... แต่ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้มาเยือนสถานที่แห่งความสวยงามเหล่านั้น ในครั้งนี้พระเอกหนุ่ม “อีจุนกิ” ศิลปินสุดฮอตจากเกาหลี ผู้ซึ่งออกปากว่าหลงรักในความงดงามของประเทศไทยอย่างถอนตัวไม่ขึ้นนั้น อาสาเป็นผู้เปิดประตูโชว์ความงามของเมืองไทยผ่านทางโฟโต้บุคส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า “สวัสดีครับ”
สำหรับโฟโต้บุคเล่มนี้ อีจุนกิมาถ่ายไว้ในช่วงเฉลิมฉลอง 50 ปีของในหลวงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็ได้ไปถ่ายทำในสถานที่สวยงามต่างๆ ซึ่งเจ้าตัวขอคอนเฟิร์มเองเลยว่า “ผมรักประเทศไทยมากๆ เพราะว่าประเทศไทยเป็นเหมือนของขวัญมาจากพระเจ้า เชียงใหม่ก็สวย พัทยาก็สวย กรุงเทพก็สวย อาหารก็อร่อย ดีไปหมดทุกอย่าง” งานครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเกาหลีเพื่อนแสดงให้เห็นว่าคนไทยเหล่านี้รักประเทศไทยมากๆ รักนักร้องและศิลปินเกาหลีโดยมีบริษัท KTCC เป็นสื่อกลางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย
สำหรับงานแถลงข่าวในวันนี้ อีจุนกิ เดินทางตรงดิ่งมาจากประเทศไต้หวันหลังจากที่จบทัวร์คอนเสริต คุณตุ๊กตา (ฮง จีฮี) ผู้บริหารของ KTCC กล่าว “ตอนนี้อีจุนกิโทรมมากๆค่ะ เพราะเพิ่งจะเสร็จจากคอนเสริตแล้วก็นั่งเครื่องมาเลย แต่จุนกิก็บอกว่า ไม่เป็นไรครับ ผมรักประเทศไทย ต้องช่วยกัน”
จากนั้นไม่นาน อีจุนกิก็ก้าวขึ้นบนเวทีพร้อมกับเสียงกรี๊ดของบรรดาแฟนคลับที่มารอชม
“สวัสดีครับ สวัสดีครับ ผมชื่อ อี จุน กิ ครับ ... ผม รัก คุณ ครับ”
แค่คำทักทายแรก ก็ทำเอาสาวๆแทบจะขาดใจตาย แต่เค้าบอกว่ารักแบบนี้แล้วจะให้เฉยอยู่ได้ยังไง พอวีเจจ๋าพิธีกรของงานเปิดทางให้ “เค้าบอกรักเราแล้ว แล้วพวกเรารักเค้ามั๊ยคะ” ทุกๆคนก็เลยพร้อมใจกันตะโกนตอบกันอย่างพร้อมเพรียงเป็นที่สุดว่า “รักกกกกกก~”
ได้ข่าวมาว่าจุนกิบินตรงมาไทยทันทีหลังจากที่เสร็จคอนเสริตที่ไต้หวัน ถึงจะรู้มาว่าจุนกิเต็มใจมา แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าเหนื่อยมั๊ย ซึ่งคำตอบจากปากเจ้าตัวก็ทำเอาสาวๆสบายใจขึ้นล่ะค่ะ “คอนเสิร์ตที่ไต้หวันก็เพิ่งจบไปเมื่อวานนี้ครับ พอรู้ว่าจะต้องมาไทยต่อเลยก็โอเคเลยครับไม่รู้สึกว่าเหนื่อยอะไร ยิ่งพอได้เห็นหน้าแฟนๆไทยก็หายเหนื่อยเลยล่ะครับ” แหม.. แฟนเก่า แฟนใหม่ แฟนดั้งเดิมมาให้กำลังใจซะแทบไม่มีที่ยืนแบบนี้ เป็นใครก็ต้องปลื้มเป็นธรรมดาล่ะใช่มั๊ยคะ วีเจจ๋ายังแอบกระซิบบอกจุนกิให้อีกด้วยว่า แฟนๆที่มาในวันนี้น่ะ ก็คือคนที่มาในครั้งก่อนๆทั้งนั้นเลยนะ จุนกิก็ยิ้มรับตาหยีให้กับทุกคนอย่างทั่วถึงเชียวล่ะค่ะ
หลายๆครั้งที่เราเห็นโฟโต้บุคที่มีภาพแบคกราวน์เป็นประเทศสวยๆต่างๆ ก็ยังคิดอยู่ว่าประเทศเราเองก็ไม่ใช่ว่าด้อยกว่าใครในโลก เมื่อไหร่จะมีใครมาถ่ายที่ประเทศไทยบ้างนะ แล้วครั้งนี้ก็มีคนตาถึงซักที ^^ จุนกิก็เล่าถึงความประทับใจในการถ่ายทำครั้งนี้ให้ฟังด้วยค่ะ “ที่ตัดสินใจที่จะใช้เมืองไทยเป็นแบคกราวน์โฟโต้บุคครั้งนี้ ก็เพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่สวยมากครับ แล้วและสำหรับผมเองก็ยังมีแฟนๆที่ต้อนรับและรักผมในเมืองไทยด้วย นั่นเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นมากเลยล่ะครับ”
แต่ว่าจะพูดปากเปล่าก็อาจจะไม่เห็นภาพ จุนกิจึงได้มอบโฟโต้บุคให้กับ คุณสรรเสริญ เงารังษี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไว้เป็นที่ระลึกด้วย โดยจุนกิเขียนข้อความฝากในหนังสือไว้ว่า "เมืองไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ขอบคุณที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีนะครับ ผมรู้สึกเป็นกียรติและมีความยินดีมาที่ได้มอบโฟโต้บุคเล่มแรกเล่มนี้ให้กับ ททท.ครับ” จากนั้นทาง ททท.ก็ได้มอบโล่เป็นที่ระลึกให้กับจุนกิเช่นเดียวกัน หลังจากที่รับโล่มาแล้วจุนกิก็ยกโล่ขึ้นแล้วแสดงท่าทางดีใจสุดๆ จนวีเจจ๋าถึงกับออกปากแซวว่า “นี่จะเอาโล่ห์ไปเก็บไว้ตรงไหนคะ” จุนกิหันมายิ้มตาหยี แล้วก็ตอบให้ชื่นใจเป็นที่สุดว่า “มันเป็นของสำคัญมากครับ ผมจะตั้งไว้ตรงหัวนอน แล้วก็จะคิดถึงแฟนๆชาวไทยตลอดเลยครับ”

จากนั้นจุนกิก็พาไปชม VTR เบื้องหลังจากถ่ายทำโฟโต้บุคเล่มนี้ แล้วยังกล่าวไว้อีกว่า “อยากแฟนๆได้ชมกันนะครับ ในระหว่างการถ่ายทำผมรู้สึกว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่อบอุ่น แล้วยังมีแฟนๆที่คอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก็ขอให้ดูกันให้สนุกนะครับว่าผมไปถ่ายอะไรมาบ้าง” ซึ่งในหว่างฉาย VTR จุนกิก็หันไปเล่นกับแฟนๆตลอด จน VTR จบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุนกิก็ถามแฟนๆว่า “ชอบมั๊ย” ซึ่งแน่นอนว่าต่างก็ตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบบบบ~” เล่นเอาจุนกิปลื้มยิ้มหวานแล้วก็ตอบเป็นภาษาไทยว่า “ขอบคุณครับ” จากนั้นก็กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาถ่ายโฟโต้บุคในเมืองไทยว่า “ผมมีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับแฟนๆชาวไทยค่อนข้างมากเลยครับ ตั้งแต่ตอนที่ได้มาถ่ายละครที่เมืองไทยครั้งแรกเลย แล้วก็เมืองไทยเป็นประเทศที่สวยงามมาก โดยเฉพาะวิวทิวทัศน์ คนไทยใจดี มีน้ำใจ แล้วแฟนๆก็สวยด้วยครับ ที่สำคัญอาหารก็อร่อย ผมชอบเมืองไทยมากครับ” พอถามถึงสถานที่ที่ประทับใจที่สุดบ้าง จุนกิก็หัวเราะเบาๆ แล้วก็ตอบว่า “ผมชอบทุกที่เลยครับ แต่ถ้าจะให้เลือกเป็นพิเศษก็คงจะเป็นที่พัทยากับหัวหิน เพราะที่นั่นผมได้เล่นเจตสกีด้วย สนุกมากเลยครับ แค่ถ้าครั้งหน้ามีโอกาสก็อยากไปที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปบ้างครับ” แล้วถ้าให้แนะนำให้เพื่อนๆมาเที่ยว จะแนะนำที่ไหนบ้าง “ถ้าเป็นสำหรับเพื่อนๆ ผมอยากจะแนะนำทุกที่ในเมืองไทยเลย แต่ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ผมอยากจะแนะนำที่เชียงใหม่เป็นพิเศษ เพราะว่าเป็นจังหวัดที่มีทิวทัศน์ที่สวยมาก แล้วผู้คนก็ใจดี ผมมีความรู้สึกว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้มาอยู่ที่เชียงใหม่คงจะแข็งแรงขึ้นด้วยครับ”
ท่าทางปลาบปลื้มกันเป็นพิเศษขนาดนี้ อยากรู้จักว่ามาครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว พอถามไปอย่างนั้น จุนกิก็หัวเราะแล้วก็นับนิ้วอยู่ซักพักใหญ่ ก่อนที่จะตอบว่า “6-7 ครั้งมั๊งครับ แต่ว่ามาทำอะไรนี่จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว” แต่ก็ยังไม่วายหยอดคำหวานเอาไว้ให้ชื่นใจเล่น “ก็อยากจะมาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ เพื่อที่จะได้มาเจอกับแฟนๆชาวไทย ได้มาปีละ 2-3 ครั้ง ก็น่าจะดีนะครับ” ว่ายังงั้นก็เลยมีเสียงแซวแว่วมาว่า “มาปีละ 2 หนก็พอ แต่หนละ 6 เดือนนะ” จุนกิถึงกับหัวเราะแล้วก็ยิ้มหวานบอกว่า “ถ้าผมมาอยู่นานๆ แฟนๆอาจจะเบื่อผมก็ได้นะ” แต่ก็แน่นอนล่ะค่ะ ยังไม่ทันจบประโยคดี แฟนๆก็รีบสวนขึ้นมาอย่างเสียงดังฟังชัดว่า “ไม่เบื่ออออออออ~”
พูดถึงหวัด 2009 ซึ่งเป็นโรคระบาดที่ทุกคนกำลังกลัวกันเป็นอย่างมาก ถามว่าจุนกิมาเมืองไทยแบบนี้ไม่กลัวบ้างเหรอ จุนกิก็หัวเราะแล้วรีบตอบว่า “ตอนนี้ผมก็ไปมาทั่วเอเชียแล้วนะครับ ในเมื่อมันเป็นที่ที่คนเราอยู่ คงจะเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีที่ไหนที่ปลอดโรค แต่ว่ามาเมืองไทยผมก็ไม่ได้กลัวนะ ถ้าเป็นไปได้อยากจะลองเป็นด้วยซ้ำไปครับ (หัวเราะ) ผมเชื่อว่าไวรัสมาไม่ถึงตัวผมแน่นอน เพราะว่าแฟนๆ ต้อนรับดีมากครับ” นั่นน่ะสิคะ ถ้าไวรัสมา เชื่อว่าสาวๆรอบนี้ก็คงวิ่งถลาเข้าไปรับไวรัสแทนจุนกิกันหมดล่ะเน๊าะ~
ตอนที่ดู VTR เห็นว่าจุนกิทำอาหารเองด้วย ก็เลยอยากรู้ว่าทำอาหารเป็นจริงๆรึเปล่า “ผมชอบทานอาหารไทยมากครับ ถึงขนาดว่าทานจนอวบขึ้น ต้องลดน้ำหนักก่อนถึงจะถ่ายต่อได้เลยล่ะครับ” จุนกิก็ยิ้มอย่างยกตัวแล้วก็กล่าวเสริมว่า “อาหารที่ผมสามารถทำได้ก็คือผัดไทครับ เพราะว่ามีกุ๊กคนไทยมาสอนเองเลย ผมทำอร่อยมากนะ (ยกนิ้วโป้งให้ตัวเอง) ผู้หญิงทุกคนที่ได้กินผัดไทของผมรับรองว่าต้องหลงแน่ๆครับ” ถ้างั้นมาคราวหน้าจะไปขอชิมก็แล้วกันนะคะจุนกิ ซึ่งจุนกิก็รีบบอกเอาไว้ก่อนว่า “ถ้ามีคนเตรียมเครื่องไว้ให้ผมก็ทำให้ทานได้ครับ”
พูดถึงผลงานกันบ้าง ช่วงนี้จุนกิเองก็มีงานละครอยู่ เป็นยังไงบ้าง “งานตอนนี้ก็จะมีละครครับ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากบทที่ผมเคยได้รับมาเลยครับ จะเป็นเรื่องสนุกเฮฮา อยากให้แฟนๆ ชาวไทยรอติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ” แล้วก็ยังเสริมอีกถึงละครไทยด้วย “ผมก็รอให้เสนอมาอยู่นะครับ เพราะว่าโดยส่วนตัวผมชอบเมืองไทยอยู่แล้ว เวลาได้เล่นละครร่วมกับประเทศอื่นๆ ก็จะเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของเค้าไปด้วยในตัว ผมคิดว่าดาราไทยก็สวย หล่อ แล้วก็มีความสามารถหลายคน ผมก็รอการติดต่ออยู่ครับ” พอโดนแซวว่า สัญญาแล้วนะว่าจะมาเล่นละครไทย จุนกิก็หัวเราะกว้างแล้วก็รีบบอกว่า “เวลาจะเล่นละครจะต้องเซ็นสัญญาก่อนนะครับ”
พูดถึงงานในเมืองไทย จุนกิยังกล่าวเสริมอีกว่า “ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยนะครับ ที่ผมไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตให้แฟนๆชาวไทยได้ดูในปีนี้ แต่คาดหวังว่าจะมีคอนเสิร์ตสำหรับแฟนๆ ชาวไทยในปีหน้านะครับ แฟนๆ ชาวไทยก็ไปดูกันด้วยนะครับ สัญญา” ว่าแล้วก็ยกนิ้วก้อยขึ้นมาชูให้แฟนๆอย่างทั่วถึง แล้วก็พูดเป็นภาษาไทยว่า “สัญญา” ก่อนจะเอานิ้วก้อยอีกข้างมาเกี่ยวกันไว้ แทนสัญญาของพวกเราทุกคน

ก่อนจะจากกัน จุนกิก็ได้ฝากถึงแฟนๆชาวไทยทุกคนด้วยว่า “ผมมีความทรงจำที่ดีกับแฟนๆชาวไทยมาก ครั้งที่แล้วที่ผมมาถ่ายละคร ที่แฟนๆก็คอยมาให้การต้อนรับและคอยให้กำลังใจที่ดีเสมอ อยากจะฝากถึงแฟนๆชาวไทยว่าอยากให้ช่วยให้กำลังใจกันต่อไป แล้วผมก็จะมาเมืองไทยบ่อยๆเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ ผมรักพวกคุณทุกคนครับ” สิ้นเสียงกรี๊ดกระหึ่ม ตัวแทนแฟนคลับก็ขึ้นมามอบของที่ระลึกให้กับจุนกิ ซึ่งจุนกิก็หยิบจับมาเล่นอย่างสนใจแทบจะทุกชิ้น เจ้าของของขวัญคงดีใจน้ำตาปริ่มเชียวล่ะค่ะ จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหาร ทั้งจาก ททท. KTCC และ Central world
หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ก็เป็นการแจกลายเซ็นสำหรับ 50 ผู้โชคดีที่สั่งซื้อโฟโต้บุคล่วงหน้า ซึ่งขอบอกเลยว่าสุดพิเศษจริงๆ เนื่องจากจุนกิพูดหยอกล้ออย่างสนิทสนมกับทุกๆคน ใครโชคดีก็ได้จับมือ กอด และหนักสุดก็ถึงขั้นหอมแก้มกันเลย จุนกิก็หน้าแดงเขินไปตามๆกัน และก่อนจะจบการแถลงข่าวในครั้งนี้ จุนกิก็ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ว่า "ถึงแม้ว่าวันนี้ผมจะรีบกลับ แต่แฟนๆก็อย่าลืมผมนะครับ คราวหน้าถ้าได้มาอีก ผมก็อยากจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นอย่างนี้อีกครับ” ปิดท้ายด้วยคำพูดที่ทำเอาสาวๆกรี๊ดกันลั่น “ผมรักคุณ (ภาษาไทย)”
น่าประทับใจแทนแฟนคลับจริงๆนะคะ ที่หนุ่มคนนี้น่ารักได้ขนาดนี้ ส่วนใครที่ยังไม่มีสมุดภาพ Lee Jun Ki 'Sawasdee Khrab' เอาไว้ในครอบครอง ก็สามารถสั่งจองเพิ่มเติมได้ที่ KTCC นะคะ |