Group interview :: Mighty Mouth, Gilf Mike, Numcha
 

18 พฤศจิกายน 2552 ชั้น 21 อาคาร Gmm Grammy, กรุงเทพมหานคร

Report :: mimo / Photo :: ลูลิ~
WHATSUBB ENTERTAINMENT

,, บ่ายวันนี้ (18 พฤศจิกายน. 2552) เรามีนัดพูดคุยกันแบบ Exclusive สุดๆกับ 4 หนุ่ม 1 สาว คือ 2 พี่น้องดูโอสุดฮอต “กอล์ฟ-ไมค์” (พิชญะ-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล), 2 หนุ่มคู่ฮิปฮอปจากเกาหลี “ไมตี้ เม้าท์” ( Lee Sang-Chul (ลี ซัง ชอล หรือ ซังชู), So Chun-Sob (โซ จุน ซอบ หรือ ชอรี่) และนักร้องสาวสวยเสียงดี น้ำชา (ชีรณัฐ  ยูสานนท์) กับโปรเจ็คพิเศษ Collaboration Project ในการทำเพลงร่วมกันข้ามประเทศ และก่อนที่เราจะได้พุดคุยกัน ทั้ง 5 คนได้ปรากฏตัวออกมาให้เราได้เก็บภาพมาฝากแฟนๆกันก่อนโดยบรรยากาศเป็นไปด้วย ความครึกครื้น ซึ่งหลังจากชักภาพกันเต็มอิ่มแล้วก็มาถึงการพุดคุยกับโปรเจ็คพิเศษที่ทั้ง 5 คนได้เกริ่นไว้ตั้งแต่คอนเสิร์ต The Closer ที่ผ่านมา ก่อนเริ่มดูท่าทาง 2 หนุ่ม ซังชูและชอรี่จะไฮเปอร์มากๆ หยิบเครื่องบันทึกเสียงที่วางเกลื่อนอยุ่ตรงหน้ามาอัดเสียงตัวเองเล่นเป็นการใหญ่ เรียกเสียงฮากันซะตั้งแต่ยังไม่เริ่ม (แค่นี้กคงพอเดาได้แล้วใช่มั๊ยคะว่า 2 คนนี้เค้าขี้เล่นกันจริงๆ)

- พูดถึงโปรเจ็คนี้หน่อยดีกว่า
กอล์ฟเล่าว่า “จริงๆเราเคยร่วมงานกันมาก่อนเมื่องานพัทยา เหมือนเคยคุยๆกันมาว่าอยากทำงานร่วมกันเพราะรู้สึกว่าเข้ากันได้ง่าย ทั้ง 2 คนเป็นคนตลกอัธยาศัยดี (อันนี้เห็นด้วยค่ะ) แต่พอดีว่าคิวเราไม่ว่างเลย จนมาว่างช่วงคอนเสิร์ตของเราที่กรุงเทพพอดี ก็เลยมารวมตัวกันทำโปรเจ็คนี้ ตอนคอนเสิร์ตของเราก็ถือว่าป็นการเปิดตัวเพลง No Matter และ Love You ที่น้ำชามาร่วม Feat. ด้วย และประมาณต้นปีหน้าก็จะได้มีโอกาสไปที่เกาหลีไปโปรโมตที่นั่นทำอัลบั้มที่ นั่น แล้วก็จะมีประมาณ 5-6 เพลงครับ”

- ฝั่ง ไมตี้ เม้าท์ บ้างรู้สึกยังไงที่ได้ร่วมงานกับศิลปินไทยอย่าง กอล์ฟไมค์และน้ำชา

ซังชูบอกว่า “ดีใจมากเพราะได้ยินมาว่ากอล์ฟไมค์และน้ำชาเนี่ยมีชื่อเสียงโด่งดังที่เมือง ไทย พอมาทำงานด้วยกับทั้ง 3 คนก็สนุกสนานตลอดเวลาเลยรู้สึกดีใจมาก” ชอรี่ก็ไม่ขอน้อยหน้า ขอเสริมอีกว่า “ดีใจมากที่ได้มาสัมภาษณ์วันนี้เพราะได้รับของมากมายเลย (พูดถึงเทปเสียง โทรศัพท์ต่างๆของนักข่าวที่วางมากมายอยู่ตรงหน้า... -*-) พร้อมส่งเสียง I like this, thank you thank you (5555)” ด้านไมค์กับน้ำชาซึ่งนั่งไกลออกไปก็ชะเง้อมาตอบคำถามเช่นกัน ไมค์บอกว่า “เคยร่วมงานกันมาแล้วครับตอนนั้นก็สนิทกันมากตอนนี้ก็มากขึ้นกว่าเดิมอีกคือ ต่างคนต่างก็เฟรด์ลี่กันอยู่แล้วคุยเรื่องเดียวกันทั้งแนวดนตรี สไตล์การแต่งตัว ก็จะคุยกันบ่อยแล้วยังเป็นคนตลก ๆ ด้วย” ยังพูดไม่ทันจบดีชอรี่ก็แทรกถามว่า ตลกๆ แปลว่าอะไร? พอรู้ความหมายก็ "ตลกๆ" กันประมาณเกือบนาที ไมค์เล่าต่อว่า “เวลาอยู่ด้วยกันก็จะประมาณ คู่นึงตัวสูง(ไมค์+ซังชู) คู่นึงตัวเล็ก(กอล์ฟ+ชอรี่)” กอล์ฟได้ยินก็รีบโผล่ออกมาแก้ตัวว่า “กอล์ฟกับไมค์จะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นะครับ่ (พร้อมชำเลืองไปหาคนข้างๆไมค์)” ชอรี่รู้สึกตัวว่าโดนกัดเข้าให้แล้ว ก็เลยรีบแย้งว่า “ความสูงไม่ใช่เรื่องใหญ่ของผู้ชายนะ!! (จริงจังมาก) ผู้ชายที่สูงก็มีดีแค่ตอนแต่งงานแล้วจะหยิบของให้ผู้หญิงได้ก็แค่นั้น นอกจากนั้นก็ไม่เห็นจะมีอะไรต่างอีก” ซังชูก็โต้กลับมาว่า “ผู้ชายตัวเล็กแต่งงานแล้วหยิบของให้ผู้หญิงไม่ได้ก็อาจจะต้องแยกกันก็ได้นะ ” (เออ..นั่นนะสิ เป็นไปได้นะชอรี่ ^^")

- พูดถึงเพลงในอัลบั้ม
กอล์ฟเล่าว่า “อัลบัมนี้น่าจะมีประมาณ 5 เพลงครับ จะมีเพลงของพวกเราเองที่ทางเกาหลีเอาไปทำใหม่ เป็นเพลงที่ทางนั้นทำมาเพลงนึง แล้วเพลง No Matter เป็นเพลงของทางเราทำแล้วให้ ไมตี้ เม้าท์ แร๊ป อัลบั้มนี้จะมีวางขายที่เกาหลีด้วย แนวเพลงก็เป็นแนวของเค้าประมาณ ฮิปฮอป ป๊อป แร๊ปคือแนวจะใกล้ๆกันก็เลยทำได้ง่ายๆสบายๆ” (ด้านไมค์ซึ่งนั่งไกลออกไปเอา BB มานั่งจิ้มๆซะงั้น -*- เหงาขนาดนั้น..)

- ให้ไมตี้ เม้าท์พูดถึงน้ำชา
ซังชูบอกว่า “รู้สึกว่าตัวเองเป็น Lucky boy ไงไม่รู้เพราะที่เกาหลีก็มีโอกาสร่วมงานกับทั้ง ยุนอึนเฮ, ซอนเย, ซนดัมบิ ที่ไทยเองก็ได้ร่วมงานกับน้ำชาที่โด่งดังมากๆที่ไทย ก็เลยคิดว่าอัลบั้มหน้า จะให้มีเพลง Lucky boy เข้าไปด้วยล่ะครับ” ชอรี่เพิ่มเติมว่า “ถ้ามีศิลปินหญิงคนไหนที่ดังๆที่ไทยก็ช่วยแนะนำให้ด้วยนะครับ” นักข่าวก็ถามกลับไปว่าน้ำชาเนี่ยสเปคมั้ย? “ไม่กล้ามองเลยล่ะเพราะกลัวตกหลุมรัก” (ป๊าดดดดด) ไมค์เลยพยายามงัดให้ชอรี่มองหน้าน้ำชา แต่ดันมาเจอหน้ากันเองจังๆ เลยฮากันใหญ่ ทางด้านซังชูก็เสริมว่า “ใส่แว่นตากันแดดเหมือนจะไม่มองนะแต่จริงแล้ว (ทำท่าชำเลืองมองอย่าง....เกิน บรรยาย ดูท่าตาจะต้องเขในอนาคตอันใกล้แน่)” กอล์ฟเลยแซวว่าจริงๆแล้วชอรี่น่ะเป็นแบบนี้ต่างหาก (ทำท่าชำเลืองขึ้นด้านบน) ในขณะที่ชอรี่ที่ถูกพาดพิงทำท่าไม่เห็นด้วย ไมค์ก็หัวเราะตัวงอตัวหงายไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ซังชูเพิ่มเติมอีกว่าน้ำชาหน้าตาคล้ายญาติของเค้ามาก เวลาทำงานเลยรู้สึกเหมือนทำงานกับญาติตัวเองเลยเชียวล่ะ

- เรื่อง MV ล่ะ จะมีมาให้เราได้ดูกันรึเปล่า
กอล์ฟเล่าว่า “ยังไม่แน่ใจนะฮะอาจจะถ่ายที่เกาหลีมั้ง?” (อ้าว ยังไงล่ะกอล์ฟ) ชอรี่ก็เลยรีบชิงตอบ(แบบเอาการเอางาน)ว่าทั้ง 5 คนคิวค่อนข้างยุ่ง MV อาจจะออกมาเป็นแบบเบื้องหลังการทำงาน ซึ่งอาจจะมีพี่นักข่าวๆอยู่ใน MV ด้วยเลยอยากให้ยิ้มกันเข้าไว้ Smile Smile (จริงดิ เอานะ...ยิ้มหวานๆ ^^)

- ไมตี้ เม้าท์ เห็นทำงานกันหนักแบบนี้ได้แรงบันดาลใจจากไหน
ซังชู “น้ำชา” 5555 มุขนี้ให้เต็ม 10 ค่ะ ^^' หัวเราะกันครืนก่อนจะรีบปั่นหน้ากลับมาจริงจัง “เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กแล้วครับ โดยใช้ตรงนี้แหละมาเป็นแรงผลักดันและทุก ครั้งที่ขึ้นเวทีก็จะได้รับพลังจากแฟนๆมาก รู้สึกดีใจมากๆ กับที่ไทยก็เหมือนกัน ต้องขอบคุณมากๆเลยนะครับ”  ชอรก็บอกว่า “ไม่คิดเลยว่าจะได้ออกอัลบั้มที่ไทยนะครับ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะได้ออกอัลบั้มที่พระจันทร์ก็ได้เพราะเห็นกอล์ฟฝึกท่า เต้น Moon Walk อยู่” (ฮากันอีกแล้ว)

- น้ำชาล่ะ เป็นยังไงบ้าง
น้ำชาเล่าว่า “ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเป็นการทำงานกับต่างประเทศครั้งแรก แล้วก็รู้สึกสนุกมาก ดีใจที่ได้ร่วมงานกับทั้งคู่แล้วก็นิสัยดีมากด้วยค่ะ”

- เล่าถึงการทำงานหน่อย มีอะไรสนุกๆมั้ย?
ชอรี่บอกว่า “มาคราวนี้เพิ่งรู้ว่าไมค์เจ้าชู้มาก (ตอนนี้ไมค์กระหน่ำตี+กอดชอรี่ใหญ่เลย น่ารักเชียว ^^) เลยเข้ากันได้ดี” ซังชูเพิ่มเติมอีกว่า “ตอนนี้ชอรี่ตกหลุมรักกอล์ฟแล้ว” กอล์ฟก็เลยมองหน้าชอรี่แล้วยื่นมือให้จับ ชอรี่บอกว่า “ผมชอบคุณแบบเพื่อนอย่าเข้าใจผิด nonono” แล้วก็ยังบอกอีกด้วยว่าถ้ากอล์ฟไมค์ไปเกาหลีจะแนะนำศิลปินสวยๆให้กอล์ฟ แต่จะไม่แนะ นำให้ไมค์เพราะไมค์สูงกว่าไม่ชอบ (ซะงั้น ปั๊ดโถ่!) ซังชูเลยบอกว่า เดี๋ยวจะแนะนำให้ไมค์เอง รู้จักเยอะกว่า (คนสูงช่วยกันๆดี ^^) จังหวะนั้นไมค์ก็รีบออดอ้อนงอนง้อชอรี่อย่างทันทีทันใด หันไปกอดซุกไซร่้กันได้ไม่ถึงนาที
ชอรี่ก็หันมาบอกว่ามีกลิ่นๆ ไมค์เลยบอกว่ากลิ่นสเปรย์ฉีดผมน่า ชอรี่เลยบอกว่าอยากฉีดบ้างจังเลย (ฮาสิค่ะ จะเอาไปฉีดตรงไหนล่ะพ่อคุ๊ณณณณณ) พอพูดถึงเพื่อนที่เกาหลี ซังชูเลยรีบบอกว่า "ตอนนี้หิวมากกกกก ถ้าใครให้ข้าวกินจะแนะนำสาวสวยๆให้รู้จักนะ" (ไมค์ที่นั่งเคาะบีบีเล่นอย่างไม่กลัวพัง ก็รีบลุกขึ้นชี้เชิญซังซูไปทานข้าวทันที แหม๋ ไม่ค่อยเลยนะไมค์) ชอรี่หัวเราะแล้วเสริมว่า “ถ้าเป็นรายการเพลงที่เกาหลี ศิลปินจะรวมกันที่ Waiting room รับรองว่าจะแนะนำให้ทุกคนในห้องรู้จักเลยครับ แล้วยิ่งกอล์ฟไมค์ขี้เล่นแบบนี้น่าจะสนิทได้ง่าย... แต่ที่จะแนะนำเนี่ยศิลปินผู้ชายนะครับ” (ฮากันลั่นห้อง)

- ให้ไมตี้ เม้าท์เล่าถึงการทำงานกับทีมงานไทยบ้าง
ซังชูเล่าว่า “คนไทยมีเสน่ห์มาก แม้จะมีปัญหาด้านภาษาบ้างแต่ทีมงานก็เข้ามาหายิ้มให้เลยรู้สึกสบายใจและอยาก จะมาบ่อยๆเลยครับ" แล้วซังชู ก็เลยย้อนถามนักข่าวว่าเคยสัมภาษณ์ศิลปินเกาหลีบ้างมั้ย?? แล้วพวกเราสนุก สนานดีหรือเปล่า?? เล่นเอานายกอล์ฟที่นั่งอยู่ข้างๆฮากระจายเพราะซังชูดันมาสัมภาษณ์นักข่าวแทนซะงั้น นอกจากนั้นแล้วซังซูก็ยังให้เครดิตกับกอล์ฟไมค์และน้ำชาที่ทำให้บรรยากาศการทำงานของทุกคนราบรื่นและสนุกสนาน แล้วยังฝากคำคำนึงมาถึงแฟนๆด้วย “กากุงกากุง”(เป็นคำภาษาเกาหลีที่ใช้เล่นกับเด็กเล็กๆ)

ระหว่างนั้น กอล์ฟ-ไมค์ ต้องรีบไปขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปเชียงใหม่ ทั้งคู่เลยนำของฝากที่เตรียมไว้มามอบให้ 2 หนุ่มไมตี้เม้าท์ก่อนจะจากกัน เป็นกระเป๋าสตางค์หนังสลักชื่อของ 2 หนุ่มไว้คนละใบ ที่แว่วมาว่าหนุ่มกอล์ฟเป็นคนออกแบบและทำขึ้นเองด้วย (ว้าว) ทั้ง 2 คนเลยขอบคุณมากและบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้กระเป๋าสตางค์เป็นของขวัญ... แต่ก็เสียใจที่คนให้ดันเป็นผู้ชายซะนี่!!

ซังชูให้สัมภาษณ์ต่อว่า “ขอบคุณแฟนๆมากทุกคนน่ารักมากแล้วก็ฝากถึงผลงานของกอล์ฟไมค์และน้ำชาด้วย” พร้อมเล่าอีกว่าได้ไปเที่ยวมาหลายประเทศแต่ว่าชอบประเทศไทยที่สุด เพราะที่ไทยของราคาถูกไม่เหมือนที่ญี่ปุ่น ทั้งๆที่ของแบบเดียวกันแต่แพงกว่าตั้ง 4 เท่าโดยเฉพาะที่ถนนข้าวสาร ชอรี่บอกว่าถูกใจมากกับเสื้อยืดเลยซื้อมา 20 ตัว (ป๊าดดดดดด)

- ตอนคอนเสิร์ต The Closer เป็นยังไงบ้าง
ซังชูบอกว่า “ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับกอล์ฟไมค์และน้ำชาและภูมิใจมากๆที่ได้มาทำโปรเจคนี้ เพราะถือเป็นครั้งแรกของทั้ง 2 ประเทศ ก็อยากให้ไทยและเกาหลีมีความสัมพันธ์อันดีแบบนี้ตลอดไปครับ คราวนี้ที่มาแฟนๆก็ร้องเพลงตามได้ด้วยรู้สึกดีใจและตกใจมากๆคราวหน้าถ้า มาอีกอยากให้ร้องตามได้ทั้งเพลงเลย (อ้าว จะให้แร๊ฟก็ไม่ไหวนะค่ะ) อ๋อ..ไม่ต้องสนใจแร๊ฟของไมตี้เม้าท์ ให้ร้องตามท่อนของน้ำชาก็ได้ครับ (5555 เอางั้นเลยนะ)” น้ำชาที่ไม่ค่อยได้พูดอะไร(เพราะมัวแต่ขำ)ก็ขอเสริมว่า “ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับทั้งคู่เช่นกันค่ะ ถ้ากลับไปแล้วคงจะคิดถึงน่าดูเลย”

ปิดท้ายด้วยการให้ทั้งคู่พูดภาษาไทยกัน ชอรี่พูดว่า “ทุกวัน ทุกวัน” (เป็นเนื้อร้องในเพลง No Matter) ต่อด้วยคำว่า “ตลกๆ ตลกๆ” และอีกคำคือ “ไม่เป็นไร” ซึ่งคำสุดท้ายนี่มาพร้อมการแสดงด้วย ซังชูเล่นตีชอรี่ป้าบใหญ่ แต่ชอรี่ก็ได้แต่พูดคำว่า “ไม่เป็นไร”  เรียกเสียงฮากระหึ่มไปทั้งห้องเลยล่ะค่ะ (เข้าข่าวตลกทำร้ายร่างกายนะเนี๊ยะ!!)

จบการสัมภาษณ์แบบ Exclusive ที่สนุกมากๆไปอีกงานนึง เชื่อว่าหลายๆคนคงได้รู้จักกับ 2 หนุ่ม Mighty Mouth กันมากขึ้นและขอให้รอติดตามผลงานของทั้ง 5 คนด้วยนะค่ะกับโปรเจคพิเศษ Collaboration Project ซึ่งเร็วๆนี้ทั้ง 4 หนุ่มจะมีซิงเกิ้ลชื่อว่า“IT’s All Right” ออกมา รอติดตามกันได้นะค่ะ






 

 
 

Copyright(C) WHATSUBB ENTERTAINMENT Co.,Ltd All right reserved.
Any comment, suggestion or contact us at webmaster@whatsubb.com